ตรวจความเข้มข้นของเลือดเพื่อเช็คสุขภาพ ความเข้มข้นเลือดปกติเท่าไหร่ สาเหตุเลือดเข้ม

ในการตรวจสุขภาพประจำปีหรือการเตรียมตัวบริจาคโลหิต การตรวจความเข้มข้นของเลือดเป็นสิ่งที่เราต้องพบเจออยู่เสมอ หลายคนอาจมีข้อสงสัยว่าความเข้มข้นของเลือดปกติเท่าไหร่ ความเข้มข้นของเลือดสูงเกิดจากอะไร และถ้าไปบริจาคเลือดแล้วความเข้มข้นเลือดไม่ผ่านเกิดจากสาเหตุใด บทความนี้จะพาไปไขข้อข้องใจเกี่ยวกับค่าความเข้มข้นของเลือดอย่างละเอียด พร้อมแนะนำวิธีการดูแลตัวเองให้ค่าเลือดกลับมาอยู่ในเกณฑ์ปกติ

ทำความรู้จัก ค่าความเข้มข้นของเลือด คืออะไร

ค่าความเข้มข้นของเลือด คือ การวัดปริมาณและสัดส่วนของเม็ดเลือดแดงที่ไหลเวียนอยู่ในร่างกายของเรา ซึ่งการตรวจความเข้มข้นของเลือดนั้นมีความสำคัญอย่างมากในการประเมินสุขภาพโดยรวม โดยทั่วไปแล้วแพทย์หรือนักเทคนิคการแพทย์จะพิจารณาความเข้มข้นของเม็ดเลือดแดงจาก 2 ค่าหลัก ๆ ได้แก่ ค่าฮีโมโกลบิน (Hemoglobin) ซึ่งเป็นโปรตีนในเม็ดเลือดแดงที่ทำหน้าที่ลำเลียงออกซิเจน และค่าฮีมาโตคริต (Hematocrit) หรือเปอร์เซ็นต์ของเม็ดเลือดแดงอัดแน่นเทียบกับปริมาตรเลือดทั้งหมด

ค่าความเข้มข้นของเลือดปกติ ควรอยู่ที่เท่าไหร่

สำหรับใครที่สงสัยว่าความเข้มข้นเลือดปกติเท่าไหร่ หรือค่าของเลือดปกติควรอยู่ในระดับใด ต้องทำความเข้าใจก่อนว่าค่าความเข้มข้นเลือด ปกติจะมีความแตกต่างกันไปตามเพศและช่วงวัย ดังนี้

1. ค่าความเข้มข้นของเลือดผู้ชาย

ผู้ชายวัยผู้ใหญ่มักจะมีความเข้มเลือดสูงกว่าผู้หญิง โดยมีค่าฮีโมโกลบินปกติอยู่ที่ประมาณ 13.8 – 17.2 กรัม/เดซิลิตร และค่าฮีมาโตคริตประมาณ 40% – 52%

2. ความเข้มข้นของเลือด ผู้หญิง

ค่าความเข้มข้นของเลือดปกติในผู้หญิงวัยผู้ใหญ่ จะมีค่าฮีโมโกลบินอยู่ที่ประมาณ 12.1 – 15.1 กรัม/เดซิลิตร และค่าฮีมาโตคริตประมาณ 36% – 48% สาเหตุที่ผู้หญิงมีค่าความเข้มเลือดต่ำกว่าผู้ชายเล็กน้อย เป็นเพราะการสูญเสียเลือดจากการมีประจำเดือนในทุก ๆ เดือนนั่นเอง

ผู้ชาย
ค่าฮีโมโกลบิน (Hemoglobin)
13.8 – 17.2 g/dL
ค่าฮีมาโตคริต (Hematocrit)
40% – 52%
ผู้ชายวัยผู้ใหญ่มักมีค่าความเข้มข้นของเลือดสูงกว่าผู้หญิงตามธรรมชาติ
ผู้หญิง
ค่าฮีโมโกลบิน (Hemoglobin)
12.1 – 15.1 g/dL
ค่าฮีมาโตคริต (Hematocrit)
36% – 48%
ผู้หญิงมักมีค่าความเข้มเลือดต่ำกว่าผู้ชายเล็กน้อย เนื่องจากการสูญเสียเลือดจากประจำเดือน

สาเหตุที่ทำให้ ค่าความเข้มข้นของเลือดผิดปกติ

เมื่อผลตรวจออกมาพบว่าความข้นของเลือดไม่อยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน สามารถแบ่งสาเหตุออกได้เป็น 2 ลักษณะ คือ ภาวะเลือดเข้ม และภาวะเลือดจาง

1. ความเข้มข้นของเลือดสูง เกิดจากอะไร

ภาวะเลือดเข้ม หรือความเข้มข้นของเลือดสูง เกิดจากร่างกายผลิตเม็ดเลือดแดงออกมามากเกินไป หรือเกิดจากภาวะขาดน้ำรุนแรงจนสัดส่วนของน้ำเลือดลดลง นอกจากนี้อาจเกิดจากการอยู่ในพื้นที่สูง การสูบบุหรี่จัดที่ทำให้ร่างกายมีค่าออกซิเจนต่ำ (ไฮพอกซีเมีย) หรืออาจเป็นสัญญาณของโรคเลือดหนืด (โพลีไซทีเมีย) ซึ่งเสี่ยงต่อการเกิดลิ่มเลือดอุดตันได้ง่าย

2. ความเข้มข้นของเลือดต่ำ เกิดจากอะไร

ภาวะความเข้มข้นของเลือดต่ำ เกิดจากการที่ร่างกายมีปริมาณเม็ดเลือดแดงน้อยกว่าปกติ หรือที่เรียกกันว่าโรคโลหิตจาง สาเหตุหลักที่ความเข้มข้นของเลือดต่ํา เกิดจากการขาดสารอาหาร เช่น ธาตุเหล็ก วิตามินบี 12 หรือมีการสูญเสียเลือดเรื้อรังในร่างกาย ผู้ที่มีภาวะนี้มักจะมีอาการอ่อนเพลีย หน้ามืด และเวียนศีรษะได้ง่าย ซึ่งผู้ป่วยควรหมั่นตรวจเช็คสุขภาพพื้นฐานร่วมด้วย เช่น การใช้ ร้านขาย เครื่องตรวจระดับน้ำตาลในเลือด หรือเครื่องวัดความดัน เพื่อประเมินความสมบูรณ์ของร่างกายโดยรวม

ไขข้อสงสัย ค่าความเข้มข้นเลือด บริจาคเลือด สำคัญอย่างไร

หลายคนที่ตั้งใจไปทำบุญมักเจอปัญหาความเข้มข้นเลือดไม่ผ่าน เกิดจากอะไร? ทางสภากาชาดไทยได้กำหนดเกณฑ์ค่าความเข้มข้นเลือด บริจาคเลือดไว้อย่างชัดเจน เพื่อความปลอดภัยของทั้งผู้ให้และผู้รับ

  • ผู้หญิง ต้องมีความเข้มข้นของเลือด (ฮีโมโกลบิน) ตั้งแต่ 12.5 กรัม/เดซิลิตร ขึ้นไป

  • ผู้ชาย ต้องมีความเข้มข้นของเลือด (ฮีโมโกลบิน) ตั้งแต่ 13.0 กรัม/เดซิลิตร ขึ้นไป

หากพักผ่อนไม่เพียงพอ ดื่มน้ำน้อย หรือขาดธาตุเหล็ก จะทำให้ความเข้มข้นเลือดไม่ถึงเกณฑ์ที่กำหนด เจ้าหน้าที่จะให้งดบริจาคชั่วคราวและแนะนำให้รับประทานยาบำรุงเลือดเพื่อปรับสมดุลร่างกายก่อน

ความเข้มข้นของเลือดปกติเท่าไหร่

การดูแลสุขภาพและ อุปกรณ์ทางการแพทย์ที่เกี่ยวข้อง

ปัจจุบันมีเครื่องวัดความเข้มข้นของเลือดแบบพกพาที่ช่วยให้เราประเมินระดับฮีโมโกลบินเบื้องต้นได้ด้วยตัวเอง อย่างไรก็ตาม การดูแลรักษาสุขภาพให้แข็งแรง ดื่มน้ำให้เพียงพอ และรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ คือหัวใจสำคัญที่สุด

หากคุณกำลังมองหาอุปกรณ์ทางการแพทย์ มีอะไรบ้างที่ได้มาตรฐาน หรือต้องการปรึกษาเกี่ยวกับเครื่องมือดูแลสุขภาพที่บ้าน บริษัท Rakmor เป็นผู้จัดจำหน่ายอุปกรณ์ทางการแพทย์แบบครบวงจร เรามีทั้งร้านขายที่วัดความดันแบบมาตรฐาน ไปจนถึงร้านขายเครื่องวัดความดัน แบบสอดแขน ที่เหมาะสำหรับใช้งานในสถานพยาบาลและที่บ้าน เพื่อให้คุณติดตามสุขภาพได้อย่างแม่นยำและอุ่นใจครับ

ค่าความเข้มเลือด Q&A

การตรวจความเข้มข้นของเลือดไม่ได้เป็นเพียงแค่การหาตัวเลข แต่เป็นการคัดกรองสุขภาพเบื้องต้นที่บอกอะไรเราได้หลายอย่าง สาเหตุที่เราจำเป็นต้องตรวจค่านี้ ได้แก่:

  • ประเมินประสิทธิภาพการลำเลียงออกซิเจน: เช็คว่าร่างกายมีเม็ดเลือดแดงเพียงพอที่จะนำออกซิเจนไปเลี้ยงอวัยวะต่าง ๆ หรือไม่
  • คัดกรองความผิดปกติของเลือด: ช่วยให้แพทย์วินิจฉัยโรคโลหิตจาง (เลือดจาง) หรือภาวะเลือดหนืด (เลือดข้น) ได้อย่างรวดเร็ว
  • เตรียมความพร้อมก่อนทำหัตถการ: เป็นค่าสำคัญที่แพทย์ต้องใช้ประเมินก่อนการผ่าตัด เพื่อวางแผนรับมือหากเกิดการสูญเสียเลือด
  • ตรวจสอบความพร้อมก่อนบริจาคเลือด: เพื่อให้มั่นใจว่าผู้บริจาคมีสุขภาพแข็งแรงพอ และไม่เกิดภาวะช็อกหลังการบริจาค

การตรวจความเข้มข้นของเลือดในปัจจุบันสามารถทำได้ง่ายและรวดเร็ว โดยหลัก ๆ แบ่งออกเป็น 2 วิธี ดังนี้:

  • การเจาะเลือดที่ปลายนิ้ว: มักใช้ในการตรวจคัดกรองเบื้องต้น เช่น ก่อนการบริจาคเลือด หรือการตรวจสุขภาพนอกสถานที่ โดยเจ้าหน้าที่จะเจาะเลือดหยดเล็ก ๆ ไปหยดลงในน้ำยา หรือใช้หลอดแก้วขนาดเล็กเก็บตัวอย่างไปเข้าเครื่องเหวี่ยงเม็ดเลือดแดงเฉพาะทาง ซึ่งใช้เวลาประมวลผลเพียงไม่กี่นาที
  • การเจาะเลือดดำที่ข้อพับแขน: เป็นวิธีมาตรฐานที่ใช้ในโรงพยาบาลและคลินิก โดยจะนำตัวอย่างเลือดไปส่งตรวจวิเคราะห์ความสมบูรณ์ของเม็ดเลือด (CBC) ในห้องปฏิบัติการอย่างละเอียด ซึ่งจะให้ผลที่แม่นยำและครอบคลุมค่าอื่น ๆ ด้วย

ค่าความเข้มข้นของเลือดสามารถเปลี่ยนแปลงได้จากหลายปัจจัย ทั้งจากพฤติกรรม สภาพแวดล้อม และสภาวะของร่างกาย ดังนี้:

1. การตั้งครรภ์

ในระหว่างตั้งครรภ์ ร่างกายของคุณแม่จะมีการสร้างน้ำเลือด (Plasma) เพิ่มขึ้นอย่างมากเพื่อรองรับการเจริญเติบโตของทารก ซึ่งการเพิ่มขึ้นของน้ำเลือดนี้จะเร็วกว่าการสร้างเม็ดเลือดแดง ส่งผลให้สัดส่วนของเม็ดเลือดแดงดูเจือจางลง ทำให้ผู้หญิงตั้งครรภ์มักมีค่าความเข้มข้นของเลือดต่ำกว่าปกติ (ภาวะโลหิตจางขณะตั้งครรภ์) ซึ่งเป็นกลไกธรรมชาติ แต่ก็ต้องได้รับการดูแลและเสริมธาตุเหล็กตามคำแนะนำของแพทย์

2. การมีภาวะขาดน้ำอย่างรุนแรง

เมื่อร่างกายสูญเสียน้ำมากเกินไป (เช่น ท้องเสีย อาเจียน หรือดื่มน้ำน้อย) ปริมาณน้ำเลือดจะลดลง ทำให้สัดส่วนของเม็ดเลือดแดงอัดแน่นขึ้น ส่งผลให้ค่าความเข้มข้นของเลือดดูสูงกว่าความเป็นจริงชั่วคราว

3. การอยู่ในพื้นที่สูง

ยิ่งอยู่ในพื้นที่สูงเหนือระดับน้ำทะเลมากเท่าไหร่ ปริมาณออกซิเจนในอากาศจะยิ่งเบาบางลง ร่างกายจึงต้องปรับตัวด้วยการผลิตเม็ดเลือดแดงออกมามากขึ้นเพื่อจับออกซิเจนให้เพียงพอ ทำให้ผู้ที่อาศัยอยู่บนดอยสูงหรือปีนเขามักมีค่าความเข้มข้นของเลือดสูงกว่าปกติ

ขอใบเสนอราคาด่วน...คลิก

แหล่งอ้างอิง :

ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย. เกณฑ์การคัดเลือกผู้บริจาคโลหิต.

Mayo Clinic. (2023). Hemoglobin test – Mayo Clinic.

Cleveland Clinic. (2022). High Red Blood Cell Count (Polycythemia).

World Health Organization (WHO). Haemoglobin concentrations for the diagnosis of anaemia and assessment of severity.

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *