ในทางการแพทย์ การให้ออกซิเจน (Oxygen Therapy) คือหัวใจสำคัญในการรักษาผู้ป่วยที่มีภาวะพร่องออกซิเจน หรือระบบทางเดินหายใจมีปัญหา ซึ่งคำถามที่พบบ่อยคือการเลือกใช้ อุปกรณ์ช่วยหายใจ ให้เหมาะสมกับอาการนั้นต้องทำอย่างไร?
ก่อนอื่นเราต้องเข้าใจก่อนว่า O2 คือ ก๊าซที่มีความจำเป็นต่อเซลล์ในร่างกาย และการเลือกใช้วิธีที่ถูกต้องจะช่วยลดความเสี่ยงอันตรายต่อชีวิตได้
หลักการให้ออกซิเจน คืออะไร ทำไมถึงสำคัญ?
หลักการสำคัญคือการเพิ่มความเข้มข้นของออกซิเจนในอากาศที่หายใจเข้าไป เพื่อรักษาความเข้มข้นของออกซิเจนในกระแสเลือดให้อยู่ในระดับปกติ โดยเฉพาะในเคสที่มี อาการปอดอักเสบ หรือภาวะหายใจล้มเหลว การให้ออกซิเจนที่ทันท่วงทีจะช่วยป้องกันความเสียหายของเนื้อเยื่อและสมองได้
การให้ออกซิเจน มีกี่แบบ? แบ่งตามประเภทอุปกรณ์ที่ใช้
เพื่อให้การรักษาได้ผลดีที่สุด เราสามารถแบ่งประเภทการให้ออกซิเจนออกเป็น 2 ระบบหลัก ดังนี้:
1. ระบบอัตราการไหลต่ำ (Low Flow System)
เหมาะสำหรับผู้ป่วยที่มีอาการคงที่และหายใจได้เองสม่ำเสมอ:
- Nasal Cannula: สายพลาสติกสองแฉกที่สอดเข้าทางรูจมูก (ออกซิเจน 24-44%)
- Simple Face Mask: หน้ากากครอบปากและจมูก (ออกซิเจน 40-60%)
- Oxygen Mask with Reservoir Bag: หน้ากากที่มีถุงลมสำรอง เหมาะสำหรับเคสที่ต้องการความเข้มข้นสูง (60-90%)
2. ระบบอัตราการไหลสูง (High Flow System)
เหมาะสำหรับผู้ป่วยที่มีอาการรุนแรงหรือหายใจลำบากมาก:
- High Flow Nasal Cannula (HFNC): การให้ออกซิเจนอัตราการไหลสูงที่ได้รับความนิยมมากในปัจจุบัน เพราะสามารถควบคุมอุณหภูมิและความชื้นได้ดี
- Venturi Mask: หน้ากากที่ปรับความเข้มข้นออกซิเจนได้แม่นยำตามสัดส่วนอากาศ
| วิธีให้ออกซิเจน | อัตราการไหล (LPM) | ความเข้มข้น FiO2 | กลุ่มผู้ป่วยที่เหมาะสม |
|---|---|---|---|
| Nasal Cannula | 1 – 6 LPM | 24% – 44% | อาการคงที่, หายใจเองสม่ำเสมอ |
| Simple Face Mask | 5 – 10 LPM | 40% – 60% | ต้องการออกซิเจนปานกลาง |
| Non-Rebreather Mask | 10 – 15 LPM | 60% – 90% | อาการหนัก, ต้องการความเข้มข้นสูง |
| High Flow Nasal Cannula | สูงถึง 60 LPM | สูงถึง 100% | ระบบหายใจล้มเหลวเฉียบพลัน |
อุปกรณ์สำคัญในการให้ออกซิเจน
ในการดูแลผู้ป่วยเราจำเป็นต้องมีแหล่งกำเนิดออกซิเจนที่ได้มาตรฐาน ซึ่งมี 3 ทางเลือกหลักคือ:
- เครื่องผลิตออกซิเจน: สะดวกในการใช้งานต่อเนื่อง 24 ชม. หากยังไม่รู้จะเลือกตัวไหน แนะนำให้อ่านรีวิว 10 เครื่องผลิตออกซิเจน ยี่ห้อไหนดี เพื่อเปรียบเทียบรุ่นที่คุ้มค่าที่สุด
- ถังออกซิเจน (Oxygen Tank): เหมาะสำหรับใช้สำรองกรณีไฟดับ หรือใช้ในการเคลื่อนย้ายผู้ป่วยในระยะสั้น
- เครื่องให้ออกซิเจนอัตราไหลสูง (High Flow Nasal Cannula): เป็นนวัตกรรมที่ช่วยชีวิตผู้ป่วยที่มีอาการรุนแรงหรือมีภาวะ อาการปอดอักเสบ ได้ดีเยี่ยม ทำให้ผู้ป่วยรู้สึกสบายกว่าการใส่หน้ากากแบบเดิม
สรุปการให้ออกซิเจนทางการแพทย์
การให้ออกซิเจนควรอยู่ภายใต้การดูแลและคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด เพื่อป้องกันภาวะ Oxygen Toxicity และเพื่อให้ผู้ป่วยได้รับการฟื้นฟูอย่างดีที่สุด หากคุณต้องการทราบข้อมูลเพิ่มเติมว่านอกจากอุปกรณ์ช่วยหายใจแล้ว รวมอุปกรณ์การแพทย์ ที่จำเป็นในการเฝ้าระวังสุขภาพมีอะไรบ้าง สามารถเลือกซื้อสินค้าคุณภาพได้ที่ ร้านขายเครื่องมือแพทย์ Rakmor ของเราครับ
ตัวช่วยสำคัญสำหรับผู้ป่วยที่มีภาวะออกซิเจนในเลือดต่ำ ช่วยเพิ่มระดับออกซิเจนในร่างกายให้กลับสู่เกณฑ์ปกติอย่างสม่ำเสมอ ลดอาการหอบเหนื่อย และเพิ่มความปลอดภัยในการดูแลผู้ป่วยที่บ้าน
เช็คราคาและโปรโมชั่นFAQ: คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการให้ออกซิเจน
A: หากให้ในปริมาณที่เหมาะสมตามแพทย์สั่งไม่มีอันตรายครับ แต่หากได้รับความเข้มข้นสูงเกินความจำเป็นนานเกินไป อาจเกิดผลข้างเคียงต่อเนื้อเยื่อปอดได้
A: เบื้องต้นให้สังเกตอาการเหนื่อยหอบ ริมฝีปากเขียวคล้ำ หรือใช้เครื่องวัดออกซิเจนปลายนิ้ว หากค่าต่ำกว่า 95% ควรปรึกษาแพทย์ทันที
การให้ออกซิเจนไม่ได้จำเป็นสำหรับทุกคน แต่จะพิจารณาใช้กับผู้ที่มีภาวะร่างกายได้รับออกซิเจนไม่เพียงพอ ซึ่งสังเกตได้จากกลุ่มอาการดังนี้:
- ผู้ป่วยที่มีภาวะหายใจลำบาก: เช่น โรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง (COPD), หอบหืดรุนแรง หรือผู้ที่มีอาการปอดอักเสบจากการติดเชื้อ
- ผู้ที่มีระดับออกซิเจนในเลือดต่ำ (Hypoxemia): เมื่อใช้เครื่องวัดออกซิเจนปลายนิ้วแล้วพบว่าค่าต่ำกว่า 95% อย่างต่อเนื่อง
- ผู้สูงอายุที่มีปัญหาเรื่องระบบไหลเวียนโลหิต: ซึ่งส่งผลให้หายใจได้ไม่เต็มปอดหรือเหนื่อยง่ายกว่าปกติ
- ผู้ป่วยในระยะพักฟื้น: หลังการผ่าตัดใหญ่หรือร่างกายอ่อนเพลียรุนแรง เพื่อช่วยให้เซลล์ในร่างกายฟื้นตัวได้เร็วขึ้น
แม้จะมีประโยชน์มาก แต่การใช้งานที่ผิดวิธีอาจก่อให้เกิดอันตรายได้ จึงควรระวังสิ่งเหล่านี้:
- ห้ามปรับแรงดันเอง: ต้องจ่ายออกซิเจนตามปริมาณ (Litre per minute) ที่แพทย์กำหนดเท่านั้น เพราะการได้รับมากเกินไปอาจทำให้เกิดภาวะคาร์บอนไดออกไซด์คั่งในเลือด
- ระวังเรื่องอัคคีภัย: ออกซิเจนเป็นก๊าซที่ช่วยให้ไฟติดได้ดี ห้ามสูบบุหรี่ หรือวางอุปกรณ์ใกล้แหล่งกำเนิดความร้อนและเปลวไฟเด็ดขาด
- ความสะอาดเป็นเรื่องใหญ่: ต้องเปลี่ยนน้ำในกระบอกทำความชื้นทุกวันด้วยน้ำสะอาด (Distilled Water) และทำความสะอาดสายให้ออกซิเจนสม่ำเสมอเพื่อป้องกันการติดเชื้อ
- สังเกตอาการจมูกแห้ง: การได้รับออกซิเจนต่อเนื่องอาจทำให้เยื่อบุจมูกแห้งหรือเลือดกำเดาไหล ควรใช้กระบอกทำความชื้นควบคู่ไปด้วยเสมอ









