คุณสมบัติทั่วไปของผลิตภัณฑ์
- ขนาดภายนอก 44.5 x 21.5 x 25.5 ซม. (กว้าง x ลึก x สูง)
- ขนาดภายใน 42 x 18 x 15 ซม. (กว้าง x ลึก x สูง)
- กระแสไฟฟ้า แบบสลับ AC 220V 50-60 Hz 2000 Watt
- ช่วงอุณหภูมิ 30 – 110 องศาเซนติเกรด
- มีไส้ความร้อน แบบแช่น้ำ
- มีไฟสัญญาณชนิดหลอดเรืองแสง
- ฟิวส์ชนิดหลอดแก้ว ขนาด 10 แอมแปร์
- วาลว์ระบายน้ำ แบบบอลล์วาล์ว ทำด้วยบรอนซ์
- น้ำหนักสุทธิ 9.5 กิโลกรัม
- น้ำหนักรวม 10.5 กิโลกรัม
- รับประกัน 1 ปีจากการใช้งานปกติ
วิธีการใช้งาน
- เปิดฝาแล้วใส่เครื่องมือที่ต้องการฆ่าเชื้อลงบนถาด ปิดวาล์วระบายน้ำ แล้วเติมน้ำลงไปจนน้ำท่วมเครื่องมือที่ต้องการฆ่าเชื้ออย่างน้อย 1 ซม. จากนั้นจึงปิดฝา
- ต่อไฟฟ้าเข้าเครื่อง โดยปลั๊กไฟที่ต่อต้องสามารถทนกระแสไฟฟ้าได้ถึง 10 แอมแปร์ และต่อสายดินเรียบร้อย
- เปิดสวิทซ์โดยบิดขึ้นด้านบน ไฟสัญญาณสีแดงจะติด จากนั้นตั้งสวิทซ์ควบคุมอุณหภูมิ ซึ่งปกติจะตั้งไว้ที่ 100°C และไฟสัญญาณสีเหลือง โดยไฟนี้จะติดและดับตามการทำงานของไส้ความร้อน
- ระยะเวลาในการฆ่าเชื้อ จะใช้เวลาอย่างน้อย 30 นาที
- เมื่อเสร็จสิ้นการฆ่าเชื้อให้ปิดสวิทซ์ แล้วยกถาดเครื่องมือขึ้น โดยโยกคันโยกลงข้างล่างจนสุดถาดจะถูกยกลอยขึ้น และล็อคในตำแหน่งสูงสุด ฝาหม้อต้มก็จะถูกแง้มไว้เช่นกัน จากนั้นให้นำเครื่องมือออกมา
- เมื่อเสร็จสิ้นการใช้งาน ให้ถ่ายน้ำออกมาทำความสะอาดและเช็ดให้แห้งด้วยผ้านุ่ม ระวังอย่าให้กระเปาะและสายของสวิทซ์ควบคุมอุณหภูมิเสียหาย ซึ่งอาจทำให้เกิดอันตรายต่อเครื่องหรือผู้ใช้ในภายหลัง
ข้อควรระวัง
- ระวังไม่ให้ระดับน้ำลดลงต่ำกว่าไส้ความร้อน ซึ่งจะทำให้ไส้ความร้อนหลอมละลายเสียหายได้ ควรเติมด้วยน้ำสะอาด น้ำกลั่น
- เครื่องมือที่จะต้มต้องถูกจัดให้ส่วนต่างๆสัมผัสกับความร้อนได้เต็มที่ ข้อพับต่างๆล็อก ควรกางหรือคลายออกก่อนทำการต้ม
- สายดินต้องได้รับการตรวจตราให้อยู่ในสภาพเรียบร้อยอยู่เสมอ สายดินจะช่วยป้องกันอันตรายจากกระแสไฟฟ้าในกรณีที่ไส้ความร้อนเสียหายโดยที่ผู้ใช้ไม่ทราบ
- ก่อนใส่หรือนำเครื่องมือเข้า-ออกจากหม้อต้ม ผู้ใช้ควรปิดสวิทซ์ก่อน เพื่อป้องกันอันตรายอันเกิดจากกระแสไฟฟ้ารั่ว และสายดินเกิดเสียหายโดยผู้ใช้ไม่ทราบ
- การฆ่าเชื้อด้วยการต้มไม่เหมาะกับการฆ่าเชื้อสิ่งของที่เสียหายได้ เมื่อถูกความร้อนและความชื้น และเครื่องมือที่ใช้กับการผ่าตัดใหญ่ ซึ่งต้องระวังในเรื่องของการติดเชื้อ
ความผิดปกติ/การตรวจแก้ไข
- หากเปิดสวิทซ์แล้วไฟสัญญาณสีแดงไม่ติด ให้ตรวจดูฟิวส์ด้านหลังว่าขาดหรือไม่ โดยหมุนเกลียวออกมาดู ถ้าขาดให้เปลี่ยนใหม่ โดยใช้ฟิวส์ขนาด 10 แอมแปร์ จากนั้นให้ตรวจสาเหตุที่ทำให้กระแสไฟฟ้าลัดวงจรจนฟิวศ์ขาด เช่น สภาพของไส้ความร้อน สายไฟฟ้าที่อยู่ภายในเครื่อง ก่อนที่จะใช้ต่อไปต้องทำการแก้ไขก่อน
- น้ำไม่เดือดหลังจากใช้เวลาต้มนาน ให้สังเกตว่าไฟสัญญาณติดอยู่ทุกดวงหรือไม่ และสวิทซ์ควบคุมอุณหภูมิตั้งอยู่ที่ขีด 100 องศาเซนติเกรด ถ้าทุกอย่างเรียบร้อย แสดงว่าความผิดปกติเกิดที่ไส้ความร้อน ให้ทำการปิดสวิทซ์ และตรวจดูไส้ความร้อน ถ้าหากเสียหายให้ทำการเปลี่ยนใหม่







รีวิว
ยังไม่มีบทวิจารณ์