เมื่อคนในครอบครัวหรือคนที่เรารักมีภาวะกลืนลำบาก ไม่รู้สึกตัว หรือมีปัญหาระบบทางเดินอาหารจนไม่สามารถรับประทานอาหารทางปากได้ตามปกติ ผู้ป่วยให้อาหารทางสายยาง จึงต้องการการดูแลอย่างใกล้ชิดและถูกวิธี สำหรับผู้ดูแลมือใหม่ การต้องรับมือกับสายยางและอุปกรณ์การแพทย์ต่างๆ อาจทำให้เกิดความกังวลใจ ทั้งกลัวผู้ป่วยจะสำลัก กลัวสายยางหลุด หรือกลัวการติดเชื้อ
แต่ความจริงแล้ว หากเรามีความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้อง การให้อาหารทางสายยาง ไม่ใช่เรื่องที่น่ากลัวอย่างที่คิด บทความนี้ Rakmor Medical จะขอเป็นผู้ช่วยไขข้อข้องใจทั้งหมด เพื่อให้คุณสามารถเตรียมตัวและดูแลผู้ป่วยได้อย่างมั่นใจ ปลอดภัย และทำให้ผู้ป่วยได้รับสารอาหารที่จำเป็นอย่างครบถ้วนเพื่อการฟื้นฟูร่างกายที่ดีที่สุด
ทำไมถึงต้องให้อาหารทางสายยาง
การให้อาหารทางสายยาง (Tube Feeding หรือ Enteral Nutrition) คือ กระบวนการส่งสารอาหารเหลวเข้าสู่กระเพาะอาหารหรือลำไส้โดยตรงผ่านทางสายยาง เพื่อทดแทนการรับประทานอาหารทางปาก มักใช้ในกรณีที่ผู้ป่วยมีข้อจำกัด ดังนี้
- มีภาวะกลืนลำบาก (Dysphagia) เสี่ยงต่อการสำลักอาหารลงปอด
- ผู้ป่วยที่ไม่รู้สึกตัว หรือผู้ป่วยติดเตียงที่กล้ามเนื้ออ่อนแรง
- ผู้ป่วยที่ได้รับการผ่าตัดบริเวณศีรษะ ลำคอ หรือระบบทางเดินอาหาร
- ผู้ป่วยที่มีภาวะทุพโภชนาการ (Malnutrition) และทานอาหารทางปากได้ไม่เพียงพอ
อาหารผู้ป่วยทางสายยาง มีกี่ประเภท?
การเลือก อาหารผู้ป่วยทางสายยาง จะต้องอยู่ภายใต้การประเมินและคำสั่งของแพทย์หรือนักกำหนดอาหาร เพื่อให้ตรงกับสภาพร่างกายและโรคประจำตัวของผู้ป่วย โดยหลักๆ จะแบ่งออกเป็น 2 ประเภท ได้แก่
1. อาหารปั่นผสมเอง (Blenderized Diet)
เป็นการนำวัตถุดิบธรรมชาติ เช่น ข้าวสวย เนื้อสัตว์ ไข่ ผัก น้ำมัน มาปั่นรวมกันให้ละเอียดแล้วกรองกากออก
- ข้อดี: ประหยัดค่าใช้จ่าย ได้สารอาหารจากธรรมชาติ
- ข้อควรระวัง: ต้องรักษาความสะอาดขั้นสูงสุดในทุกขั้นตอนการทำ บูดเสียง่าย ต้องเก็บในตู้เย็นและอุ่นก่อนให้ผู้ป่วย และความข้นหนืดอาจทำให้สายยางอุดตันได้ง่าย
2. อาหารทางการแพทย์แบบสำเร็จรูป (Commercial Formula)
เป็นอาหารสูตรครบถ้วนที่ถูกผลิตขึ้นมาเพื่อผู้ป่วยเฉพาะกลุ่ม มีทั้งแบบผงสำหรับชงและแบบน้ำพร้อมทาน
- ข้อดี: สะดวก เตรียมง่าย สัดส่วนสารอาหารแม่นยำตามหลักโภชนาการ และมีความเสี่ยงต่อการปนเปื้อนเชื้อโรคน้อยกว่า
- ข้อควรระวัง: มีราคาที่สูงกว่าอาหารปั่นผสมเอง และต้องเลือกสูตรให้ตรงกับโรคของผู้ป่วย (เช่น สูตรสำหรับผู้ป่วยเบาหวาน, สูตรสำหรับผู้ป่วยโรคไต)
ขั้นตอน การ feed อาหารทางสายยาง อย่างถูกวิธี
การ feed อาหารทางสายยาง อย่างถูกต้องเป็นหัวใจสำคัญที่จะช่วยป้องกันภาวะแทรกซ้อน เช่น อาหารไม่ย่อย อาหารบูดในกระเพาะ หรือการสำลักลงปอด ซึ่งอาจนำไปสู่ภาวะปอดอักเสบติดเชื้อได้ โดยสามารถแบ่งขั้นตอนได้ดังนี้
ขั้นตอนที่ 1: การเตรียมตัวและเตรียมอุปกรณ์
- ล้างมือให้สะอาด: ล้างมือด้วยสบู่และน้ำ หรือแอลกอฮอล์เจลให้สะอาดทุกครั้งก่อนสัมผัสอุปกรณ์
- เตรียมอุปกรณ์: ได้แก่ อาหารเหลว (อุณหภูมิห้อง ไม่ร้อนหรือเย็นเกินไป), กระบอกให้อาหาร (Syringe), สำลีชุบแอลกอฮอล์, น้ำสะอาดสำหรับล้างสาย, และแก้วน้ำ
- จัดท่าผู้ป่วย: จัดให้ผู้ป่วยนอนในท่าศีรษะสูงอย่างน้อย 30-45 องศา (หรือท่านั่ง) เพื่อป้องกันการไหลย้อนกลับของอาหาร
ขั้นตอนที่ 2: การตรวจสอบสายยางก่อนให้อาหาร
- ตรวจตำแหน่งสายยาง: ดูพลาสเตอร์ที่ติดบริเวณจมูกว่าสายยางเลื่อนหลุดหรือไม่
- ทดสอบน้ำย่อยตกค้าง (Feed Retention): ใช้กระบอกให้อาหารดูดของเหลวในกระเพาะอาหารออกมาดู หากมีปริมาณอาหารตกค้างมากกว่า 50 ซีซี (หรือตามที่แพทย์กำหนด) ให้ดันกลับคืนไปและเลื่อนเวลาการให้อาหารออกไปก่อนประมาณ 1 ชั่วโมง เพื่อรอให้อาหารเดิมย่อยหมด
ขั้นตอนที่ 3: เริ่มต้นการให้อาหาร
- พับสายยางไว้ก่อนเปิดจุก เพื่อป้องกันอากาศเข้าไปในกระเพาะอาหาร (ซึ่งจะทำให้ผู้ป่วยท้องอืด)
- ต่อกระบอกให้อาหารเข้ากับสายยาง เทอาหารที่เตรียมไว้ลงไป
- ปล่อยให้สายยางคลายตัว เพื่อให้อาหารค่อยๆ ไหลลงไปช้าๆ ด้วยแรงโน้มถ่วงของโลก ห้ามใช้ลูกสูบดันอาหารอย่างรวดเร็วเด็ดขาด เพราะจะทำให้ผู้ป่วยคลื่นไส้ อาเจียน หรือปวดท้องได้
- เติมอาหารอย่างต่อเนื่อง อย่าให้สายยางว่างจนอากาศเข้าไปได้
ขั้นตอนที่ 4: การดูแลหลังให้อาหาร
- เมื่ออาหารหมด ให้เทน้ำสะอาด (ประมาณ 30-50 ซีซี หรือตามแผนการรักษา) ลงไปเพื่อล้างสายยางให้สะอาด ป้องกันการบูดเน่าของอาหารที่ตกค้างในสาย
- พับสายยาง ถอดกระบอกออก และปิดจุกให้สนิท
- สำคัญมาก: ให้ผู้ป่วยอยู่ในท่าศีรษะสูงต่อไปอีกอย่างน้อย 30 นาที ถึง 1 ชั่วโมง เพื่อป้องกันการสำลัก
- นำอุปกรณ์ทั้งหมดไปล้างทำความสะอาดด้วยน้ำยาล้างจาน ลวกน้ำร้อน และผึ่งให้แห้ง
ร้านขายอุปกรณ์การแพทย์ รักหมอ.COM
ศูนย์รวมอุปกรณ์การแพทย์ เครื่องมือแพทย์ อุปกรณ์เพื่อสุขภาพ อุปกรณ์ผู้ป่วย ผู้สูงอายุ ครุภัณฑ์และเวชภัณฑ์ทางการแพทย์สำหรับโรงพยาบาล คลินิก และสถานพยาบาลทั่วไป รวมถึงอุปกรณ์วิทยาศาสตร์ อุปกรณ์กู้ภัย กู้ชีพฉุกเฉิน กว่า 10,000 รายการ จากแบรนด์ชั้นนำระดับโลก พร้อมบริการจัดหาสินค้าตามความต้องการของลูกค้า แบบครบจบในที่เดียว
อุปกรณ์ทางการแพทย์ที่จำเป็น สำหรับผู้ป่วยให้อาหารทางสายยาง
การมีอุปกรณ์ที่ได้มาตรฐาน ไม่เพียงแต่ช่วยให้ผู้ดูแลทำงานได้ง่ายขึ้น แต่ยังเพิ่มความปลอดภัยสูงสุดให้กับผู้ป่วย สิ่งที่ควรมีติดบ้าน ได้แก่
- กระบอกให้อาหาร (Irrigating Syringe): ขนาดมาตรฐาน 50 ml. สำหรับใส่อาหารและน้ำ
- ถุงให้อาหาร (Feeding Bag) และสายต่อถุง: เหมาะสำหรับผู้ป่วยที่ต้องค่อยๆ ดริปอาหารช้าๆ
- เสาน้ำเกลือ (IV Pole): สำหรับแขวนถุงอาหาร ช่วยปรับระดับความสูงเพื่อควบคุมความเร็วในการไหลของอาหาร
- เตียงผู้ป่วยปรับระดับได้ (Hospital Bed): ช่วยให้การจัดท่าศีรษะสูง 45 องศาก่อนและหลังให้อาหารทำได้ง่ายและถูกต้องตามหลักการแพทย์ โดยไม่ต้องใช้หมอนหนุนหลังหลายๆ ใบซึ่งอาจทำให้ผู้ป่วยเมื่อยล้า
- เครื่องวัดออกซิเจนปลายนิ้ว และเครื่องดูดเสมหะ: อุปกรณ์เสริมที่ควรมีสำหรับผู้ป่วยติดเตียง เพื่อเฝ้าระวังความผิดปกติและจัดการกับเสมหะที่อาจขัดขวางทางเดินหายใจ
การดูแล ผู้ป่วยให้อาหารทางสายยาง ต้องอาศัยความใส่ใจ ความสะอาด และความเข้าใจในขั้นตอนที่ถูกต้อง ตั้งแต่การเตรียมอาหาร การตรวจเช็กสายยาง ไปจนถึงจังหวะการให้อาหารที่ไม่เร็วจนเกินไป การปฏิบัติตามคำแนะนำทางการแพทย์และใช้อุปกรณ์ที่ได้มาตรฐาน จะช่วยลดความเสี่ยงต่อการติดเชื้อและการสำลัก ทำให้ผู้ป่วยมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นและได้รับโภชนาการอย่างครบถ้วน


