โปลิโอ ภัยร้าย ถึงขั้นอัมพาต ถ้าไม่รับวัคซีนอันตรายจริงไหม มาดูกัน

โรค โปลิโอ คือ ? ( Polio )

               โรคโปลิโอ คือ ? ( Polio ) หรือ Poliomyelitis ที่เรามักจะรู้จักหรือคุ้นเคยกันกับอาการโปลิโอขาลีบหรืออ่อนแรง ซึ่งสาเหตุหลักในการเกิด โปลิโอ ก็มาจากการติดเชื้อไวรัสโปลิโอ ซึ่งการติดเชื้อโรคโปลิโอนี้จะสามารถติดต่อได้จากมนุษย์สู่มนุษย์เท่านั้น เพราะเชื้อโรคนี้เป็นเชื้อโรคที่เกิดจากมนุษย์โดยมักจะพบในลำไส้และจะปนเปื้อนออกมาโดยการขับถ่ายและจากของเสียของร่างกายคน นอกจากจะติดเชื้อผ่านทางอุจจาระโดยตรงแล้วก็ยังพบได้ว่าสามารถติดจากการดื่มน้ำหรืออาหารที่มีการปนเปื้อนได้อีกด้วย ความน่ากลัวของโรคนี้ก็คือผู้ป่วยส่วนใหญ่มักจะไม่แสดงอาการของโรคเพราะฉะนั้นพวกเขาเหล่านี้จึงยังสามารถเป็นตัวแพร่เชื้อโรคไปยังกลุ่มคนอื่น ๆ ได้ และในรายที่รุนแรงก็สามารถทำให้เป็นอันตรายถึงชีวิตได้เลยเช่นกัน

โรคโปลิโอมีอาการอย่างไรบ้างควรสังเกต ? 

               ด้วยความที่ โรคโปลิโอ เป็นโรคที่ผู้ป่วยส่วนใหญ่ที่เป็นจะไม่แสดงอาการ นั่นเป็นสาเหตุให้ผู้ป่วยสังเกตอาการของตนเองได้ยากมากยิ่งขึ้น แต่อย่างไรก็ตามก็ยังมีกลุ่มผู้ป่วยส่วนหนึ่งที่มีอาการเจ็บป่วยเพียงเล็กน้อย อย่างเช่น มีไข้ต่ำ ๆ ปวดตามเนื้อตัว หรือเจ็บคอ สำหรับในกลุ่มนี้พบว่าอาการเหล่านี้จะสามารถหายเองได้ในเวลาสั้น แต่ในกลุ่มที่รุนแรงก็มักจะเริ่มมีอาการตามที่กล่าวมาเป็นระยะเวลาติดต่อกันยาวนานเกิน 10 วัน ซึ่งอาการจะรุนแรงมากขึ้นเป็นลำดับอย่างเช่นมีอาการเกร็งและปวดกล้ามเนื้อรุนแรงมากขึ้น ในบางครั้งผู้ป่วยอาจจะมีอาการเป็นและหายสลับกัน เมื่อเป็นระยะเวลานานขึ้นก็อาจมีอาการกล้ามเนื้ออ่อนแรงและข้อบ่งชี้ถึงการเป็นอัมพาตร่วมด้วยเช่นกัน ดังนั้นหากท่านพบว่าตัวท่านหรือคนใกล้ชิดมีอาการเหล่านี้ควรรีบพบแพทย์โดยทันที

โรคโปลิโอ ไม่มียารักษา แต่สามารถป้องกันด้วยการฉีดวัคซีน

               ในปัจจุบันนี้พบว่าโรคโปลิโอไม่มียารักษาที่เป็นยาเฉพาะทางแต่จะต้องรักษาตามอาการเท่านั้น และก็ยังมีโอกาสกลับมาเป็นซ้ำในกลุ่มคนที่รักษาหายแล้วได้สูง ซึ่งถือว่าเป็นอีกโรคหนึ่งที่น่ากลัวมากเลยทีเดียว แต่อย่างไรก็ดีโรคนี้ก็ยังมีวิธีป้องกันได้ ซึ่งท่านสามารถทำได้ง่าย ๆ เพียงแค่ฉีดวัคซีนเท่านั้น ซึ่งวัคซีนนี้ก็จะช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้กับร่างกาย ให้ร่างกายของเรานั้นสามารถจดจำเชื้อโรคนี้และสามารถต่อต้านเชื้อโรคนี้ได้

วัคซีนโปลิโอ วัคซีนโปลิโอฉีดตอนไหน

               อย่างที่ทุกคนได้ทราบกันแล้วจากหัวข้อก่อนหน้าว่าวัคซีนเป็นวิธีป้องกันเดียวที่สามารถทำได้ง่ายและได้ผลดีที่สุด ถ้าถามว่าวัคซีนโปลิโอฉีดตอนไหน ตอบได้เลยว่าวัคซีนสำหรับป้องกันโปลิโอช่วงเวลาที่ดีที่สุดในการได้รับคือช่วงเวลาเด็กเพื่อให้เวลาร่างกายได้สร้างภูมิคุ้มกัน ซึ่งเด็ก ๆ ทุกคนควรต้องเริ่มได้รับวัคซีนแบบหยอดตั้งแต่อายุ 2,4,6เดือน,1ขวบครึ่งและอายุ 4 ปี และแบบฉีดอีกครั้งเมื่ออายุ 4 เดือน หากไม่เข้ารับวัคซีนตามช่วงเวลาที่กำหนดก็จะมีโอกาสสูงมากที่จะเกิดโรคโปลิโอขาลีบได้

อายุมากกว่า 18 ปีสามารถรับ วัคซีนโปลิโอ ได้หรือไม่?

               เมื่อเราอายุมากขึ้นร่างกายก็จะสามารถสร้างภูมิคุ้มกันได้ด้วยตนเองมากยิ่งขึ้น ดังนั้นเมื่อเราอายุมากกว่า 18 ปี ก็ไม่มีความจำเป็นในการได้รับวัคซีนโปลิโออีกต่อไป แต่อย่างไรก็ดีหากเป็นผู้ที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยงก็สามารถเข้ารับวัคซีนได้ด้วยเช่นกัน แต่ทางที่ดีที่สุดเราควรเข้ารับวัคซีนตั้งแต่ระยะเวลาที่กำหนดในวัยเด็กตั้งแต่อายุ 2 เดือน จึงจะทำให้วัคซีนเกิดประสิทธิภาพสูงสุดและลดความเสี่ยงการเกิดโปลิโอในเด็กได้สูง

สิ่งจำเป็นในการเคลื่อนย้ายผู้ป่วย โปลิโอ ควรมีสิ่งจำเป็นอะไรบ้าง

               ในผู้ป่วยโปลิโอที่มีอาการรุนแรงและเชื้อโรคได้เข้าสู่ไขสันหลังแล้ว อาการของผู้ป่วยก็จะทวีความรุนแรงขึ้นมากจนในที่สุดก็จะทำให้ผู้ป่วยไม่สามารถที่จะเคลื่อนไหวได้ตามปกติได้ กล้ามเนื้อแขนขาจะมีอาการอ่อนแรงจนมีลักษณะว่าแขนขาลีบ นั่นทำให้ผู้ป่วยและผู้ดูแลเกิดความยากลำบากในการช่วยเหลือและเคลื่อนย้ายผู้ป่วยได้ ดังนั้นอุปกรณ์และสิ่งจำเป็นที่ขาดไม่ได้ในการดูแลผู้ป่วยโปลิโอก็คือ รถเข็นวิลแชร์ โดยรถเข็นผู้ป่วยจะทำหน้าที่ช่วยเหลือให้ผู้ป่วยสามารถเคลื่อนย้ายร่างกายและเปลี่ยนอิริยาบทได้ง่ายมากขึ้น อีกทั้งยังง่ายต่อผู้ดูแลในการเคลื่อนย้ายอีกด้วย และสำหรับคนที่มีงบประมาณสูง การเลือกใช้รถเข็นวิลแชร์ไฟฟ้าก็จะช่วยให้ผู้ป่วยสามารถเคลื่อนย้ายตนเองได้อย่างสะดวกและอิสระมากขึ้นด้วยเช่นกัน

             แม้ว่าโรคโปลิโอจะเป็นโรคที่น่ากลัวมากก็จริง แต่ก็ยังเป็นโรคที่สามารถที่จะป้องกันได้ง่าย ๆ เพียงแค่การพาบุตรหลานของท่านเข้ารับการหยอดหรือฉีดวัคซีนให้ตรงตามเกณฑ์อายุที่กำหนด เท่านี้ก็จะช่วยให้บุตรหลานของท่านห่างไกลจากโรคร้ายนี้ไปได้ นอกจากนี้ยังสามารถช่วยเสริมภูมิคุ้มกันอยู่ให้กับทุกคนในสังคมได้อีกด้วย สำหรับครอบครัวใดที่มีคนใกล้ชิดป่วยเป็นโรคนี้อยู่ก็อย่าพึ่งวิตกกังวลเพราะโรคนี้ส่วนใหญ่จะไม่มีอาการรุนแรงและมีโอกาสในการรักษาให้หายได้ แต่สิ่งสำคัญที่สุดเมื่อเราพบกับปัญหาการช่วยเหลือและให้กำลังใจกันก็ถือเป็นพลังบวกทางใจที่จะช่วยให้เราทุกคนต่อสู้กับโรคร้ายใด ๆ ได้ดีขึ้นอย่างแน่นอน

——- 

ช่องทางติดต่อทั้งหมด : https://rakmor.com/contact-us/
โทรติดต่อ : 062-696-8628
Line@ : @Rakmor
FB : https://www.facebook.com/Rakmormedical

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *