ตาแห้งเกิดจากอะไร? รวมสาเหตุ อาการ และวิธีแก้แบบครบจบ

ตาแห้งเกิดจากอะไร

ในยุคสมัยที่คนส่วนใหญ่ต้องใช้สายตาไปกับหน้าจอทั้งวัน ไม่ว่าจะเป็นคอมพิวเตอร์หรือมือถือ อาการแสบตา เคืองตา หรือมองภาพไม่ชัด กลายเป็นเรื่องที่พบได้บ่อยโดยที่คุณอาจจะยังไม่รู้ตัว ซึ่งหนึ่งในสาเหตุสำคัญก็คือ “ภาวะตาแห้ง” ที่หลายคนอาจมองว่าเป็นเรื่องเล็กและไม่ได้ใส่ใจมากนัก แต่จริง ๆ แล้วอาจส่งผลต่อประสิทธิภาพในการมองเห็นในระยะยาวได้

แล้วจริง ๆ ตาแห้งเกิดจากอะไร และควรดูแลอย่างไร มาดูแบบเข้าใจง่ายกัน

ตาแห้งคืออะไร

ตาแห้งหรือภาวะตาแห้ง (Dry Eye) คือ ภาวะที่ดวงตามีน้ำตาไปหล่อเลี้ยงดวงตาได้ไม่เพียงพอ หรือคุณภาพของน้ำตาไม่ดีพอ ทำให้ไม่สามารถหล่อเลี้ยงผิวดวงตาได้อย่างเหมาะสม ส่งผลให้เกิดอาการระคายเคือง แสบตา หรือทำให้มองแล้วรู้สึกไม่สบายตา

ตาแห้งเกิดจากสาเหตุอะไร

สาเหตุที่ทำให้เกิดอาการตาแห้ง มีหลายปัจจัยและมักมีหลายสาเหตุเกิดร่วมกัน ดังนี้

  • ใช้สายตาหนักเป็นเวลานาน เช่น จ้องคอม เล่นมือถือ หรือเล่นเกม ทำให้กระพริบตาน้อยลง น้ำตาระเหยเร็ว
  • อยู่ในห้องแอร์หรือสภาพแวดล้อมแห้ง ลมจากแอร์หรือพัดลมทำให้น้ำตาระเหยไวขึ้น
  • อายุที่เพิ่มขึ้น ต่อมน้ำตาทำงานลดลง พบได้บ่อยในผู้สูงอายุ
  • การใส่คอนแทคเลนส์ อาจทำให้ผิวตาระคายเคืองและน้ำตากระจายไม่ทั่ว
  • ผลข้างเคียงจากยา เช่น ยาแก้แพ้ หรือยาบางชนิดที่ทำให้การผลิตน้ำตาลดลง
  • พักผ่อนไม่เพียงพอ นอนน้อยทำให้ดวงตาล้าและเกิดอาการตาแห้งได้ง่าย

อาการตาแห้งเกิดจากอะไร และสังเกตยังไง

หลายคนอาจสงสัยว่า อาการตาแห้งเกิดจากอะไร และจะรู้ได้ยังไงว่าตัวเองเริ่มมีภาวะนี้แล้ว
อาการที่พบบ่อย ได้แก่

  • แสบตา หรือเคืองตา
  • รู้สึกเหมือนมีฝุ่นหรือสิ่งแปลกปลอมในตา
  • ตาล้า มองจอแล้วไม่สบายตา
  • น้ำตาไหล (แม้จะฟังดูขัดกัน แต่เป็นอาการที่พบได้)
  • มองภาพไม่คมชัดเป็นช่วง ๆ

หากมีอาการเหล่านี้บ่อย ๆ โดยเฉพาะหลังใช้สายตาหนัก มีโอกาสสูงที่จะเป็นภาวะตาแห้ง

ตาแห้งเกิดจากอะไร

ตาแห้งอาจบ่งบอกถึงโรคหรือความผิดปกติอะไรได้บ้าง

หลายคนมองว่าการที่ตาเราแห้งเป็นเพียงอาการเล็กน้อยจากการใช้สายตาหนักไป แต่ในความเป็นจริงแล้ว อาการเหล่านี้อาจเกี่ยวข้องกับความผิดปกติหรือโรคบางอย่างได้ โดยเฉพาะถ้ามีอาการเรื่อรัง หรืออาการไม่ดีขึ้นแม้จะพักสายตาแล้ว

โรคหรือภาวะที่อาจเกี่ยวข้องกับอาการตาแห้ง ได้แก่

ต่อมไขมันที่เปลือกตาอุดตัน 

เป็นสาเหตุที่พบบ่อย ทำให้น้ำตาระเหยเร็วผิดปกติ ส่งผลให้เกิดอาการแสบตา เคืองตา และตาแห้งเรื้อรัง

เปลือกตาอักเสบ 

เกิดจากการอักเสบบริเวณขอบเปลือกตา ทำให้คุณภาพของน้ำตาแย่ลง และเกิดการระคายเคืองได้ง่าย

โรคภูมิคุ้มกันทำลายตัวเอง

เช่น ภาวะที่ส่งผลให้ต่อมน้ำตาทำงานลดลง ทำให้เกิดตาแห้งร่วมกับอาการปากแห้ง หรือผิวแห้ง

ภาวะอักเสบของผิวดวงตา

การระคายเคืองเรื้อรังหรือการติดเชื้อบางชนิด อาจทำให้ดวงตาสูญเสียความสมดุลของน้ำตา

ความผิดปกติของฮอร์โมน

โดยเฉพาะในผู้สูงอายุหรือผู้ที่มีการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน อาจส่งผลต่อการผลิตน้ำตา

อย่างไรก็ตาม อาการตาแห้งในหลายกรณีก็อาจไม่ได้เกิดจากโรคโดยตรง แต่อาจมาจากพฤติกรรมในชีวิตประจำวัน เช่น การจ้องหน้าจอเป็นเวลานาน การอยู่ในห้องแอร์ หรือการพักผ่อนไม่เพียงพอ

หากมีอาการตาแห้งบ่อย หรือเริ่มกระทบกับการใช้ชีวิตประจำวัน ควรเข้ารับการตรวจอย่างละเอียด โดยแพทย์อาจใช้ ชุดตรวจตา เพื่อประเมินสภาพดวงตา และในบางกรณีอาจใช้ ชุดตรวจตา หู คอ จมูก เพื่อช่วยวิเคราะห์อาการร่วมที่อาจเกี่ยวข้องกับระบบอื่น ๆ ได้อย่างครอบคลุม

Original price was: 8,010.00 ฿.Current price is: 6,480.00 ฿.
Original price was: 9,630.00 ฿.Current price is: 8,760.00 ฿.
Original price was: 9,950.00 ฿.Current price is: 9,030.00 ฿.

วิธีดูแลและบรรเทาอาการตาแห้งเบื้องต้นง่ายๆ

  • พักสายตาทุก 20 นาที (กฎ 20-20-20)
  • กระพริบตาให้บ่อยขึ้นโดยเฉพาะเวลาจ้องจอ
  • ใช้น้ำตาเทียมช่วยเพิ่มความชุ่มชื้น
  • หลีกเลี่ยงลมแอร์หรือพัดลมที่เป่าตรงหน้า
  • นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ

หากอาการไม่ดีขึ้น หรือเริ่มรบกวนการใช้ชีวิตประจำวัน ควรเข้ารับการตรวจอย่างละเอียด โดยเฉพาะการใช้ ชุดตรวจตา ที่ช่วยประเมินความผิดปกติของดวงตาได้อย่างแม่นยำ ในสถานพยาบาลหรือคลินิก มักมีการใช้อุปกรณ์ที่รวมการตรวจหลายระบบ เช่น ชุดตรวจตา หู คอ จมูก ซึ่งช่วยให้แพทย์สามารถประเมินอาการได้ครอบคลุมมากขึ้น โดยเฉพาะในกรณีที่อาการเกี่ยวข้องกับการอักเสบหรือการติดเชื้อร่วมด้วย

ร้านขายอุปกรณ์การแพทย์

ภาวะตาแห้งเป็นปัญหาที่พบได้บ่อยในคนยุคปัจจุบัน โดยเฉพาะคนที่ใช้สายตาหนักหรืออยู่ในห้องแอร์เป็นประจำ ซึ่งคำถามที่ว่า ตาแห้งเกิดจากอะไร มักมีคำตอบได้หลายปัจจัย ทั้งพฤติกรรม การใช้ชีวิต และสุขภาพโดยรวม

การรู้ทันสาเหตุ สังเกตอาการ และดูแลตัวเองตั้งแต่เนิ่น ๆ จะช่วยลดความเสี่ยงและป้องกันปัญหาระยะยาวได้ หากมีอาการผิดปกติ ควรเข้ารับการตรวจด้วยอุปกรณ์ที่เหมาะสม เพื่อให้ได้รับการดูแลอย่างถูกต้องครับ

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *