fbpx

7 วิธีลดอาการปวดหัวด้วยตัวคุณเอง ปวดหัว ความเครียด จัดการยังไงดี

อาการปวดหัว

อาการปวดหัว ความทรมานทางด้านร่างกายและส่งผลกระทบในด้านจิตใจด้วย มักเกิดขึ้นกับคนทั่วไป โดยเฉพาะกลุ่มคนวัยทำงาน บางคนปวดหัวข้างซ้าย บางคนปวดหัวข้างขวา มีสาเหตุมาจากหลายปัจจัย ความเครียดคือสาเหตุหลัก วันนี้เรามีเคล็ดลับทำให้หายปวดหัวมาแนะนำ อันดับแรกเรามาดูกันก่อนว่า อาการปวดหัวมีกี่แบบ

อาการปวดหัวมีกี่แบบ

รู้หรือไม่ อาการปวดหัวมีหลายแบบ คนแต่ละคนอาจมีอาการปวดหัวที่ต่างกันหรือมีสาเหตุต่างกัน ที่คุณชอบบ่นว่าปวดหัวควรสังเกตอาการตนเองด้วย ว่าปวดหัวแบบไหน ปวดหัวมีสาเหตุมาจากอะไร เพื่อที่จะได้รักษาอย่างถูกวิธี หรือถ้าปวดหัวแบบรุนแรงแต่ไม่มีไข้ ควรไปพบแพทย์โดยเร็วเพื่อรับการวินิจฉัย บอกเล่าอาการให้แพทย์ฟังจะได้เข้าสู่กระบวนการรักษาหรือป้องกันได้อย่างถูกต้อง

1. ปวดหัว ความเครียด

ปวดหัวจากความเครียด เรียกว่า อาการปวดหัวแบบ Tension คือ หนึ่งในสาเหตุที่พบบ่อย เวลาที่เราอยู่ในภาวะเครียด ร่างกายจะหลั่งสารบางชนิดทำให้กล้ามเนื้อบริเวณขมับ ศีรษะ บ่าและไหล่เกิดการหดตัว ปวดหัวความเครียด ไม่ใช่เรื่องเล่นๆ มันคือสัญญาณเตือนเบื้องต้น หากคุณมีความเครียดบ่อยๆ นอกจากปวดหัวมันยังอาจตามมาซึ่งโรคต่างๆ มากมายทำให้ภูมิคุ้มกันคุณต่ำลง ส่งผลต่อการใช้ชีวิตประจำวันทั่วไปด้วย

2. ปวดหัวไมเกรน

ปวดหัวไมเกรนเกิดจากความผิดปกติของระบบไฟฟ้าที่สมองจึงไปกระทบต่อการไหลเวียนของเลือด ทำให้เลือดไปเลี้ยงสมองน้อย หลอดเลือดสมองจึงเกิดการขยายตัวและเกิดการอักเสบ ส่งผลทำให้ปวดหัวไมเกรนในที่สุด สำหรับปวดไมเกรนอาการนั้นมักปวดหัวข้างเดียวจะมีอาการปวดตุบๆ คล้ายกับเส้นเลือดเต้นหากพบว่า ปวดหัวไมเกรนกินยา อะไรหาย สามารทานยาพาราเซตามอลได้แต่ถ้ามีอาการปวดหัวรุนแรงควรไปพบแพทย์

3. ปวดหัวคลัสเตอร์

ปวดหัวคลัสเตอร์หลายคนอาจไม่เคยได้ยิน มันเกิดขึ้นจากความผิดปกติของระบบประสาท อาการปวดหัวมักมาเป็นช่วงๆ นานครั้งละ 1-2 ชั่วโมง เป็นๆ หายๆ และมักเป็นเวลาเดิมของทุกวันมักมีอาการปวดที่บริเวณขมับ เบ้าตา มีน้ำตาไหล น้ำมูกไหล ปวดหัวแบบคลัสเตอร์อันตรายไหมถือว่ามีอันตรายมากหากเป็นรุนแรงควรไปพบแพทย์

4. ปวดหัวไซนัส

ปวดหัวไซนัสอักเสบเป็นโรคที่เกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจ มักมีอาการปวดหัวหน่วงๆ ตามจุดต่างๆ เช่น หน้าผาก หัวตา โหนกแก้ม หรือบริเวณรวบดวงตา เป็นต้น ผู้ป่วยจะมีภาวะน้ำมูกข้น สีเขียวหรือสีเหลือง บางรายหายใจแล้วมีกลิ่นเหม็นด้วย

7 วิธีลดอาการปวดหัวด้วยตัวคุณเอง

1. นวด บรรเทา

คุณสามารถบรรเทาอาการปวดหัวได้ด้วยตนเอง วิธีที่ง่ายที่สุดคือ การนวดผ่อนคลาย โดยนวดที่ขมับ ไหล่ และคอ ประมาณ 2-3 นาทีช่วยให้กล้ามเนื้อที่หดเกร็งคลายตัว โดยเฉพาะอาการปวดหัวที่มาจากความเครียด การนวดผ่อนคลายช่วยได้เยอะเลยทีเดียว แต่ถ้ามีอาการปวดหัวปวดเบ้าตามีไข้ไม่ควรนวดผ่อนคลาย ควรไปพบแพทย์หรือทานยามที่แพทย์สั่ง

2. ดื่มน้ำให้มากขึ้นก็ดีนะ

หากร่างกายของเราขาดน้ำ ก็อาจทำให้เกิดภาวะกล้ามเนื้อเกร็งและมีอาการปวดหัวขึ้นได้ ดังนั้น ควรดื่มน้ำให้มากขึ้น ดื่มน้ำเปล่าสะอาดเพื่อให้ร่างกายเกิดความสมดุล การดื่มน้ำไม่เพียงช่วยบรรเทาอาการปวดหัวแต่ยังทำให้อวัยวะหรือระบบต่างๆ ทำงานได้ดีขึ้นอีกด้วย

3. ดมกลิ่นน้ำมันหอมระเหย

รู้หรือไม่ว่า น้ำมันหอมระเหยที่สกัดมาจากดอกไม้หรือพืชหลายชนิด ช่วยบรรเทาอาการปวดหัวได้ เช่น น้ำมันยูคาลิปตัส ช่วยบรรเทาอาการปวดหัวจากไซนัส น้ำมันดอกลาเวนเดอร์ช่วยบรรเทาอาการปวดหัวที่เกิดจากไมเกรนได้ ส่วนน้ำมันเปปเปอร์มิ้นต์ช่วยลดการหดเกร็งของกล้ามเนื้อบรรเทาอาการปวดหัวได้เช่นกัน

4. ออกกำลังกาย

วิธีลดอาการปวดหัวอีกหนึ่งวิธีที่ได้ผล แถมยังได้สุขภาพร่างกายที่แข็งแรงด้วย ก็คือ การออกกำลังกาย ควรออกกำลังกายเป็นประจำสม่ำเสมอ เช่น วิ่ง ว่ายน้ำ ปั่นจักรยาน เต้นแอโรบิก เป็นต้น มีผลการวิจัยที่บอกว่า คนที่มักมีอาการปวดหัวบ่อยๆ ตลอดจนสุขภาพไม่ดีเจ็บป่วยง่ายมาจากพฤติกรรมไม่ค่อยชอบออกกำลังกาย การออกกำลังกายเป็นเรื่องที่ดี หากคนไหนไม่ชอบออกกำลังกายหรือไม่เคยออกกำลังกายเลย อาจเริ่มต้นจากการทำอะไรง่ายๆ เช่น เดินเร็ว กระโดดเชือก เป็นต้น ทำงานบ้านก็เหมือนได้ออกกำลังกายเช่นกัน

5. พักผ่อนให้เพียงพอ

การนอนหลับพักผ่อนไม่เพียงพอหรือพักผ่อนน้อยก็ทำให้มีอาการปวดหัวได้เช่นกัน ร่างกายของเราควรนอนพักผ่อนวันละ 7-8 ชั่วโมง มีงานวิจัยบ่งบอกว่าคนที่นอนไม่ถึงวันละ 6 ชั่วโมงมักมีอาการปวดหัวบ่อย บางรายมีอาการปวดหัวรุนแรง แถมการนอนพักผ่อนไม่เพียงพอยังมีผลเสียตามมาอีกหลายอย่าง เช่น สมาธิสั้น ผิวพรรณหมองคล้ำ การขับถ่ายไม่ดี เป็นต้น

6. ยาพาราเซตามอล

เมื่อมีอาการปวดหัวคุณสามารถรักษาได้ด้วยตนเองคือการซื้อยาราพาเซตามอลมารับประมาณ สามารถหาซื้อได้ตามร้านสะดวกซื้อหรือตามร้านขายยาทั่วไป อย่างไรก็ตาม ไม่ควรรับประมาณเกินขนาด ควรทานตามที่เภสัชกรแนะนำ หรือทานยาห่างกัน 4 ชั่วโมง 1 วันไม่ควรทานเกิน 8 เม็ด (4000 มิลลิกรัม) ถ้าทานยาแล้วอาการยังไม่ดีขึ้นภายใน 10 วัน ควรไปพบแพทย์

7. ทานอาหาร

เรามาปิดท้ายกันที่ การทานอาหาร ช่วยบรรเทาอาการปวดหัวได้ เมื่อมีอาการปวดหัว หลายคนมักทานยาเป็นทางเลือกแรก รู้หรือไม่ อาหารหลายชนิดช่วยแก้อาการปวดหัวได้ดีเกินคาด ไม่ว่าจะเป็น แตงโมง ช่วยเติมน้ำให้กับร่างกาย เพราะถ้าร่างกายขาดน้ำ ออกซิเจนในเลือดจะลดลง ทำให้ปวดหัวได้ ข้าวกล้อง อีกหนึ่งอาหารที่ช่วยบรรเทาอาหารปวดหัวและดีต่อสุขภาพในหลายด้าน ปลาแซลมอน มีไขมันโอเมก้า 3 ช่วยลดความถี่ในการปวดหัวไมเกรน หรือจะดื่มน้ำขิงร้อนๆ ในตอนเช้าช่วยบรรเทาอาการปวดหัวได้เช่นกันอีกทั้งการดื่มน้ำขิงยังเป็นวิธีลดอาการปวดหัวประจำเดือนได้ด้วย นอกจากนั้น ผักโขม ใบบัวบกและงาขาว ก็มีส่วนช่วยบรรเทาอาการปวดหัวได้ด้วย

บทสรุป

อาการปวดหัวมีกี่แบบ มีวิธีบรรเทาอาการปวดหัวด้วยตนเองอย่างไร ทั้งหมดนี้คือแนวทางดีๆ ที่เราเอามาฝาก หวังว่าจะมีประโยชน์สามารถนำไปปฏิบัติตามได้  แต่สำหรับคนที่ปวดหัวเป็นไข้ต้องการตรวจเช็ดอุณหภูมิร่างกาย มองหาปรอทวัดไข้ อยากได้ปรอทวัดไข้ดิจิตอลหรือเครื่องวัดไข้ที่มีความแม่นยำสูง แนะนำสั่งซื้อออนไลน์ได้ที่ Rakmor แหล่งจำหน่ายที่วัดไข้ ทันสมัย ราคาถูก แม่นยำสูงคัดมาเฉพาะแบรนด์ดังระดับโลก มีการรับประกันอย่างดีคุ้มค่าแน่นอน

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น