คีมจับเข็มเย็บแผล (Mayo Hegar Needle Holder)
คีมจับเข็มเย็บแผล (Mayo Hegar) ใช้จับเข็มขณะเย็บแผล ปากคีบต้องจับเข็มได้แน่นไม่หมุน และปลายต้องสบกันสนิทเมื่อปิด
คีมจับเข็มเย็บแผล (Needle Holder) ใช้ทำอะไร
ใช้จับเข็มเย็บแผลให้มั่นคงขณะเย็บ ปลายมีร่องละเอียดหรือฝังทังสเตนคาร์ไบด์เพื่อไม่ให้เข็มหมุนลื่น ด้ามมีล็อกแบบขั้นบันไดช่วยคงแรงจับไว้ได้เอง ทำให้ผู้เย็บควบคุมทิศทางเข็มได้แม่นยำ
Mayo-Hegar กับ Olsen-Hegar ต่างกันอย่างไร
Mayo-Hegar เป็นคีมจับเข็มอย่างเดียว ส่วน Olsen-Hegar มีคมกรรไกรอยู่ที่ใบด้วย ทำให้จับเข็มและตัดไหมได้ในชิ้นเดียว สะดวกเมื่อทำงานคนเดียว แต่ต้องระวังตัดไหมโดยไม่ตั้งใจขณะจับเข็ม
ปลายฝังทังสเตนคาร์ไบด์ดีกว่าไหม
ดีกว่าในระยะยาว ปลายที่ฝังทังสเตนคาร์ไบด์ (สังเกตจากด้ามสีทอง) จับเข็มได้แน่นกว่า สึกช้ากว่ามาก และเปลี่ยนเฉพาะแผ่นปลายได้เมื่อสึก ส่วนแบบสเตนเลสล้วนราคาถูกกว่าแต่ร่องจะเรียบเร็วกว่า
เลือกความยาวอย่างไร
ความยาวที่นิยมคือ 5, 6 และ 7 นิ้ว งานผิวหนังและงานตื้นใช้ 5–6 นิ้ว ส่วนงานในโพรงลึกใช้ 7 นิ้วขึ้นไป และควรเลือกขนาดคีมให้สัมพันธ์กับขนาดเข็ม เพราะคีมใหญ่เกินไปจะทำให้เข็มเล็กงอ
คำถามที่พบบ่อย
จับเข็มที่ล็อกขั้นแรกแล้วลองหมุนเข็มด้วยนิ้ว ถ้าเข็มขยับหรือหมุนได้แสดงว่าร่องสึกแล้ว ควรเปลี่ยนแผ่นปลายหรือคัดออก เพราะเข็มที่ลื่นระหว่างเย็บทำให้เย็บพลาดและเสียเวลา
จับที่ประมาณหนึ่งในสามจากปลายก้นเข็ม ซึ่งเป็นจุดที่ให้แรงบิดดีที่สุดโดยเข็มไม่งอ ไม่ควรจับใกล้ปลายแหลมเพราะจะทำให้ปลายทื่อและเข็มหักได้
ล้างคราบเลือดที่ซอกร่องปลายและฟันล็อกให้หมดด้วยแปรงนุ่มหรือเครื่องอัลตราโซนิก เช็ดแห้งสนิท แล้วนึ่งที่ 121 องศาเซลเซียส 15–20 นาที โดยอ้าคีมไม่ล็อกด้ามขณะนึ่ง
ได้เฉพาะรุ่น Olsen-Hegar ที่มีคมกรรไกรในตัว ส่วน Mayo-Hegar ไม่ควรใช้ตัดไหมเพราะร่องจับเข็มจะเสียหาย ควรใช้กรรไกรตัดไหมแยกต่างหาก
คีมจับเข็มเย็บแผล ซื้อที่ไหนดี
Rakmor จำหน่ายคีมจับเข็มเย็บแผลสเตนเลสเกรดทางการแพทย์ ทั้งรุ่น Mayo-Hegar และ Olsen-Hegar มีทั้งแบบสเตนเลสล้วนและแบบฝังทังสเตนคาร์ไบด์ หลายความยาว สำหรับห้องผ่าตัด คลินิก และสถานพยาบาลสัตว์ ทีมงานช่วยจัดชุดเครื่องมือให้ครบตามงานได้

