สายสวนปัสสาวะ (Urinary Catheter) สายสวนปัสสาวะชาย | ผู้หญิง
สายสวนปัสสาวะ สายสวนปัสสาวะ (Urinary Catheterization) เป็นอุปกรณ์สำหรับผู้ที่มีการปัสสาวะลำบาก โดยการใส่สายสวนปัสสาวะเข้าไปในกระเพาะปัสสาวะ ผ่านเข้าทางท่อปัสสาวะ จุดประสงค์การใช้งานสายสวนปัสสาวะ คือ เพื่อระบายปัสสาวะออกในกรณีที่ผู้ป่วยไม่สามารถปัสสาวะเองได้หรือผู้ป่วยที่ต้องได้รับการผ่าตัด แต่การใช้งานสายสวนปัสสาวะจำเป็นต้องศึกษาและทำความเข้าใจเกี่ยวกับวิธีการใช้งาน ทั้งสายสวนปัสสาวะชาย และ สายสวนปัสสาวะผู้หญิง
การสวนปัสสาวะ คืออะไร
การสวนปัสสาวะ คือ การสอดใส่สายสวน จากภายนอกผ่านท่อปัสสาวะเข้าสู่กระเพาะปัสสาวะ โดยแบ่งตามเทคนิคออกได้ 2 ชนิด คือ การสวนปัสสาวะแบบครั้งคราว (intermittent catheterization) และ การสวนปัสสาวะแบบคาสาย (indwelling catheterization or retained catheterizations: IUCs) ในปัจจุบันมักจะหลีกเลี่ยงการคาสายปัสสาวะทิ้งไว้ในกระเพาะปัสสาวะนาน ๆ และหันมาใช้การสวนปัสสาวะเป็นครั้งคราวหรือการสวนปัสสาวะแบบสวนทิ้งแทน เพราะมีเป็นวิธีที่มีประสิทธิภาพในการรักษาคนไข้ การคาสายทิ้งไว้ในท่อปัสสาวะนาน ๆ เปรียบเหมือนดาบสองคม แม้จะช่วยแก้ปัญหาเรื่องการขับถ่ายปัสสาวะได้สะดวกขึ้น แต่ก็อาจมีปัญหาอื่น ๆ ตามมา เช่น คนไข้จะต้องมาเปลี่ยนสายทุก ๆ 1 เดือน หรือต้องมาก่อนถ้าสายยางตัน ในบางกรณีอาจมีอาการเจ็บมีนิ่วหรือมีเลือดออก มีอาการอักเสบติดเชื้อเกิดขึ้นได้บ่อย ๆ
การสวนปัสสาวะเป็นครั้งคราวยัง แบ่งได้อีก 2 แบบ คือ
1.การสวนปัสสาวะด้วยตนเอง
2.ให้ผู้อื่นสวนปัสสาวะให้ในกรณีที่ไม่สามารถช่วยเหลือตนเองได้
การใช้สายสวนปัสสาวะ มีประโยชน์อย่างไร
ปัจจุบันมีคนไข้จำนวนไม่น้อยที่พบกับปัญหาการขับถ่ายปัสสาวะ เช่น ปัสสาวะบ่อย ปัสสาวะไม่ออก ปัสสาวะออกโดยไม่รู้ตัว บ่อยครั้งที่การรักษาโดยใช้การยาหรือผ่าตัดไม่สามารถช่วยให้อาการเหล่านี้ดีขึ้นได้ สำหรับประโยชน์ของการใช้สายสวนปัสสาวะแบบครั้งคราวมีดังต่อไปนี้
- อาจทำให้การทำงานของกระเพาะปัสสาวะกับเข้าสู่สภาพปกติได้เร็วขึ้น
- ช่วยลดปัญหาการติดเชื้อในระบบทางเดินปัสสาวะและการเสื่อมสภาพของไตได้
- ทำให้คนไข้เป็นตัวของตัวเองและไม่เป็นภาระต่อผู้อื่น หรือเป็นภาระต่อผู้อื่นน้อยที่สุด
- ทำให้คุณภาพชีวิตดีขึ้น คนไข้สามารถเข้าสู่สังคมได้โดยไม่สร้างความรำคาญให้กับผู้อื่น
- ช่วยหลีกเลี่ยงปัญหาภาวะแทรกซ้อนและสิ่งที่ไม่พึงประสงค์ที่อาจเกิดขึ้นได้จากการคาสายยางทิ้งไว้
สายสวนปัสสาวะมีกี่แบบและกี่เบอร์
1.สายสวนปัสสาวะ 2 หาง 2 ทาง
สายสวนปัสสาวะ 2 หาง 2 ทาง ปัจจุบันมี 3 ขนาด หรือ 3 เบอร์ คือ เบอร์ 14 (สีเขียว), เบอร์ 16 (สีส้ม) และเบอร์ 18 (สีแดง) การใช้งานสายสวนปัสสาวะ 2 หาง 2 ทางควรเลือกขนาดสายสวนปัสสาวะที่เหมาะสม สายสวนปัสสาวะที่ผลิตจากยางธรรมชาติ สายสวนปัสสาวะแบบซิลิโคน หรือเคลือบผิวด้วยซิลิโคนอย่างดีและผ่านการฆ่าเชื้อโรคด้วยเพื่อลดอาการแพ้
2.สายสวนปัสสาวะ 3 หาง 3 ทาง
สายสวนปัสสาวะ 3 หาง 3 ทาง ช่องแรกเป็นทางให้ปัสสาวะไหลออกมา ช่องที่ 2 เป็นทางสำหรับใส่น้ำกลั่นบริสุทธิ์ และช่องที่ 3 เป็นทางสำหรับใส่น้ำเกลือหรือน้ำยาเข้าไปเพื่อชะล้างกระเพาะปัสสาวะ ปัจจุบันสายสวนปัสสาวะแบบนี้มีให้เลือกหลายเบอร์ เช่น สายสวนปัสสาวะเบอร์ 12, สายสวนปัสสาวะเบอร์14, สายสวนปัสสาวะเบอร์ 16, สายสวนปัสสาวะเบอร์18, สายสวนปัสสาวะเบอร์ 24
อุปกรณ์ที่จำเป็นในการใช้สวนปัสสาวะ มีอะไรบ้าง
1.สายสวนปัสสาวะ
2.สำลีสะอาด
3.กระจกเงา (สำหรับผู้ที่สวนปัสสาวะด้วยตนเอง ที่ยังไม่มีความชำนาญ เพื่อให้เห็นชัดเจนขึ้น)
4.ภาชนะ 2 ใบ (ใบเล็กใช้สำหรับใส่น้ำยาฆ่าเชื้อโรค ใบใหญ่ใช้ใส่น้ำปัสสาวะที่สวนออกมา)
5.น้ำยาฆ่าเชื้อโรคเซฟฟร่อน ผลิตภัณฑ์ฆ่าเชื้อแบคทีเรีย (Zephron)
6.น้ำต้มสุก 500 มิลิลิตร ( CC )
7.เยลลี่ที่ใช้สำหรับหล่อลื่นสายสวนปัสสาวะก่อนที่จะสวนปัสสาวะ
การใช้สายสวนปัสสาวะ ต้องเตรียมตัวอะไรบ้าง
1.ล้างมือให้สะอาดด้วยน้ำสะอาด สบู่
2.ตรวจดูสภาพของชุดสวนปัสสาวะและวันที่หมดอายุ
3.เตรียมชุดสวนปัสสาวะในบริเวณแห้งสะอาดโดยวิธีปราศจากเชื้อ ดังนี้
- เปิดชุดสวนปัสสาวะแล้วคีบถุงมือและผ้าสี่เหลี่ยม แล้วเจาะตรงกลางออกวางในผ้าห่อชุดสวนปัสสาวะ
- คีบผ้าก๊อซและสำลีออกจากถ้วยเทน้ำยา Antiseptic Solution ลงในถ้วยใบที่ 1 และเทน้ำปราศจากเชื้อใส่ถ้วยใบที่ 2
- คีบสายสวนปัสสาวะใส่ลงในภาชนะรองรับปัสสาวะ
- ใส่สารหล่อลื่นปริมาณพอควรในภาชนะรองรับหรือผ้าก๊อซปราศจากเชื้อ
- คีบถุงมือและผ้าสี่เหลี่ยมเจาะกลางวางไว้บนภาชนะรองรับปัสสาวะและห่อชุดสวนปัสสาวะตามเดิม
4.เสร็จแล้วให้นำเครื่องใช้ในการสวนปัสสาวะไปที่เตียงผู้ป่วย
5.แจ้งให้ผู้ป่วยทราบว่าจะทำอะไร เพื่อให้ผู้ป่วยไปชำระล้างทำความสะอาดอวัยวะสืบพันธุ์ภายนอกด้วยตนเอง หรือทำความสะอาดอวัยวะสืบพันธุ์ภายนอกให้ในกรณีที่ผู้ป่วยไม่สามารถทำเองได้
6.จัดท่าให้ผู้ป่วยนอนหงาย
7.ล้างมือด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อ น้ำสะอาด หรือแอลกอฮอล์
ขั้นตอนการสวนปัสสาวะ แบบถูกวิธี ต้องทำอย่างไร
วิธีสวนปัสสาวะมี 2 วิธี ดังนี้
1.การสวนปัสสาวะปล่อยหรือสวนเป็นครั้งคราว
- ล้างมือให้สะอาด เตรียมอุปกรณ์ให้พร้อม
- จัดท่าสวนปัสสาวะให้เหมาะสม หากเป็นผู้หญิงให้นั่งยองแยกขา นอนแยกขาออก 2 ข้าง หรือยืนโดยให้เท้าข้างหนึ่งเหยียบบนเก้าอี้ สำหรับผู้ชายให้ยืนนอนหรือนั่งก็ได้
- ทำความสะอาดบริเวณปากท่อปัสสาวะ
- จับสายสวนห่างจากปลายสายสวนปัสสาวะประมาณ 1 นิ้ว ทาเจลหล่อลื่นที่ปลายสวนปัสสาวะ เพื่อลดอาการระคายเคืองและลดการเจ็บ
- จากนั้นจึงใส่สายสวนปัสสาวะเข้าท่อปัสสาวะผู้หญิงใส่สายสวนเข้าไปลึกประมาณ 3 นิ้ว ผู้ชายใส่ลึกจนสุดสายสวนปล่อยให้น้ำปัสสาวะไหลลงภาชนะรองรับหรือโถส้วม
- เมื่อน้ำปัสสาวะหยุดไหลแล้วให้ดึงสายสวนออกทีละนิด
- ล้างบริเวณอวัยวะสืบพันธุ์และท่อปัสสาวะด้วยน้ำสะอาด โดยใช้ผ้าชุบน้ำสะอาดเช็ด
2.การสวนปัสสาวะคาสายหรือสวนค้าง
- ล้างมือให้สะอาด เพื่อลดโอกาสการติดเชื้อ
- จัดเตรียมเครื่องมือในการใส่สายสวนปัสสาวะ
- จัดท่าผู้ป่วยให้เหมาะสม ผู้หญิงให้นอนหงายชันเข่า ส่วนผู้ชายจัดให้อยู่ในท่านอนหงาย
- ทาสารหล่อลื่นลงไปบนสายสวนปัสสาวะ เพื่อลดอาการระคายเคืองหรือลดอาการเจ็บปวด
- สอดสายสวนปัสสาวะเข้าไปในรูเปิดของท่อปัสสาวะ หากเป็นผู้หญิงให้ลึกอย่างน้อย 2-3 นิ้ว ผู้ชายสอดให้ลึกประมาณ 6-8 นิ้วหรือลึกจนสุด
- แขวนถุงเก็บปัสสาวะให้อยู่ต่ำกว่าระดับกระเพาะของปัสสาวะ
สายสวนปัสสาวะชาย และ สายสวนปัสสาวะผู้หญิง มีความแตกต่างกันอย่างไร
สายสวนปัสสาวะชาย
ส่วนใหญ่แล้วจะใช้สารหล่อลื่นเพื่อลดอาการบาดเจ็บ ซึ่งช่วยให้ผู้ป่วยรู้สึกสบายขึ้นขณะใส่สายสวนปัสสาวะผู้ชาย การทาสารหล่อลื่นก่อนสวนปัสสาวะควรทาให้ทั่วสาย เริ่มจากจุดปลายสุดของสายสวนปัสสาวะ สำหรับผู้ชายจะทาสารหล่อลื่นยาว 10-15 เซนติเมตร
สายสวนปัสสวะผู้หญิง
หากเป็นผู้หญิงจะทาสารหล่อลื่นที่สายสวนปัสสาวะผู้หญิง เริ่มจากจุดปลายสุดของสายสวนปัสสาวะเช่นเดียวกัน แต่ให้ทาสารหล่อลื่นยาวประมาณ 6 เซนติเมตร
วิธีการทําความสะอาดสายสวนปัสสาวะ ทำอย่างไร
- การทำความสะอาดสายสวนปัสสาวะหรือล้างสายสวนปัสสาวะ สามารถทำความสะอาดได้ง่าย ๆ ด้วยน้ำและสบู่
- จากนั้นให้สะบัดน้ำออก เก็บสายสวนปัสสาวะไว้ในหลอดบรรจุที่มีน้ำยาทำลายเชื้อ
- หรือสามารถทำความสะอาดสายสวนปัสสาวะและชุดสายสวนปัสสาวะ ด้วยการนำไปต้มน้ำให้เดือดอย่างน้อย 20 นาที พร้อมกับเปลี่ยนน้ำยาฆ่าเชื้อที่แช่สายสวนปัสสาวะทุก ๆ 3 วัน
ข้อควรระวังในการใช้สายสวนปัสสาวะ มีอะไรบ้าง (สำคัญ จำเป็นต้องรู้)
- หลีกเลี่ยงการปลดข้อต่อระหว่างสายสวนปัสสาวะและดูแลไม่ให้มีอาการหลวมหรือหลุด
- ให้พับสายใกล้ถุงเก็บปัสสาวะทุก ๆ ครั้งเมื่อมีการเคลื่อนย้ายผู้ป่วยหรือถุงเก็บปัสสาวะ
- ไม่ปล่อยให้ถุงปัสสาวะลากไปกับพื้น เพราะอาจทำให้เกิดการปนเปื้อนของเชื้อโรคได้
- สำหรับผู้ป่วยที่เริ่มใส่สายสวนปัสสาวะ ควรใส่สายที่มีขนาดเล็ก เพื่อป้องกันการบาดเจ็บของท่อปัสสาวะ
- ในกรณีที่ผู้ป่วยฝึกยืนหรือฝึกเดิน จะต้องดูแลให้ถุงเก็บปัสสาวะอยู่ในระดับต่ำกว่ากระเพาะปัสสาวะประมาณ 30 เซนติเมตร
- ให้หมั่นสังเกตอาการของผู้ป่วยที่ใส่สายสวนปัสสาวะ หากรู้สึกแสบขัด ไม่สุขสบาย มีไข้ขึ้นสูง มีอาการปัสสาวะรั่วซึมบ่อยรอบ ๆ รูเปิดของท่อปัสสาวะปัสสาวะ มีกลิ่นฉุน มีตะกอนออกมา ลักษณะคล้ายหนอง สีของปัสสาวะเข้มขึ้นหรือคล้ายน้ำล้างมือ อาจเกิดจากการติดเชื้อในระบบทางเดินปัสสาวะได้
- ดูแลสายสวนปัสสาวะรวมถึงอุปกรณ์ใส่สายสวนปัสสาวะให้ดี ต้องมีความสะอาดสม่ำเสมอ และตรวจสอบสภาพก่อนใช้งาน เช่น ตรวจสอบว่าสายสวนปัสสาวะอุดตันหรือไม่
- เลือกสายสวนปัสสาวะที่มีคุณภาพได้มาตรฐาน ผลิตจากซิลิโคนเกรดดี มีความนุ่มและทำความสะอาดง่าย
คำถามที่พบบ่อย
หน่วยเป็น Fr (French) ยิ่งเลขมากยิ่งใหญ่ ผู้ใหญ่หญิงนิยม 14–16 Fr ผู้ใหญ่ชาย 14–18 Fr และเด็ก 6–10 Fr ควรเลือกเบอร์เล็กที่สุดที่ระบายได้ดี เพื่อลดการบาดเจ็บและการติดเชื้อ
แบบคาสาย (Foley) มีบอลลูนที่ปลายไว้ยึดในกระเพาะปัสสาวะ ใช้ต่อเนื่องหลายวัน ส่วนแบบสวนทิ้ง (Intermittent) ใช้สวนแล้วดึงออกทันที ลดความเสี่ยงติดเชื้อกว่า เหมาะกับผู้ที่ต้องสวนเป็นเวลาๆ
สายลาเท็กซ์เคลือบซิลิโคนโดยทั่วไปเปลี่ยนทุก 2–4 สัปดาห์ ส่วนสายซิลิโคนล้วนเปลี่ยนได้ทุก 4–12 สัปดาห์ตามคำสั่งแพทย์ หรือทันทีเมื่ออุดตัน มีตะกอน หรือมีอาการติดเชื้อ
ล้างมือทุกครั้งก่อนสัมผัสสาย ทำความสะอาดบริเวณรอบสายวันละ 2 ครั้ง วางถุงเก็บให้ต่ำกว่ากระเพาะปัสสาวะเสมอ ไม่ปลดข้อต่อโดยไม่จำเป็น และดื่มน้ำให้เพียงพอเพื่อชะล้างระบบ
สายสวนปัสสาวะซื้อได้ที่ไหนบ้าง
การซื้อสายสวนปัจจุบันสามารถหาซื้อได้จากร้านขายอุปกรณ์การแพทย์ ซึ่งทางเรา รักหมอ เมดิคอล ก็มีจำหน่ายสายสวนปัสสาวะชายและหญิงในราคาสุดพิเศษเช่นกันมีทั้งราคาส่ง-ปลีก หรือจะเลือกซื้อผ่านเว็บไซต์ออนไลน์ เช่น Shopee, Lazada ก็ได้เช่นกัน
หากไม่แน่ใจว่าควรเลือกซื้อสายสวนปัสสาวะแบบไหนดีที่ใช้งานได้อย่างปลอดภัย มีความสะอาดได้มาตรฐาน ก็สามารถคลิกสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมกับเจ้าหน้าที่ RAKMOR ได้ตลอด 24 ชั่วโมง ที่นี่




